2011/Nov/22
2007/Oct/24
ไปกทมคราวนี้พ่อสามีถามอีกแล้วว่าจะรับเงินเดือนไม่สมกับความรู้ความสามารถไปถึงไหน เริ่มบทสนทนาด้วยมีแผนจะอยู่เชียงใหม่ไปตลอดชีวิตหรือ แล้วจบบทสนทนาประมาณว่ารับใช้ชาติซักคน รับใช้ครอบครัวซักคนก็ดีนะ
จากนั้นก็คุยกับคนนู้ึนคนนี้ อุ้ย เงินเดือนเยอะกว่าเราทั้งนั้นเลยจริงๆด้วย มชมันไม่เห็นคุณค่าของอาจารย์หรือไง แค่อาจารย์ด้วยกัน ที่อื่นก็ได้เงินเยอะกว่าเรา จริงๆแล้วอาจารย์ส่วนใหญ่ก็ไม่สมควรได้เงินเดือนเยอะกว่านี้หรอกนะ เทียบกับงานที่ทำนะ รู้สึกว่าเปลืองภาษีประชาชน ถ้าอยากได้เงินเยอะกว่านี้คงต้องไปทำงานอย่างอื่น
จากนั้นเราก็มาลองคิดๆดู จริงๆแล้วถ้ารูเข้า (รายรับ) มันใหญ่กว่ารูออก (รายจ่าย) มันก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร คนเรามันจะต้องการอะไรมาก คิดว่ากินอาหารโรงแรมห้าดาวมันอร่อยกว่ากินร้านเวียตนามเจ้าประจำหรือก็เปล่า มันเป็น Treat เล็กๆในยามอยากกินเค้กอร่อยๆเท่านั้นเอง เงินเดือนเท่าเราถ้ารู้สึกว่าไม่พอก็จะเป็นการดูถูกคนอีกกว่าครึ่งประเทศเท่านั้นเอง
ของแบบนี้ถ้าฉลาดเก็บ ฉลาดบริหารเงินๆก็จะงอกเงยเอง ก็ใช่ว่าเงินเดือนจะน้อยขนาดว่าไม่เหลือไว้ทำอะไรเลยรึก็เปล่า ถ้าคนได้เยอะกว่าห้าเท่าสิบเท่า แต่ใช้หมด มันก็แย่กว่าเราเสียอีกแน่ะ จริงบ่
edit @ 24 Oct 2007 20:09:12 by เจ้าเก่า
2007/Aug/26
เพื่อนซี้เป็นนักเขียน มี Theme ในการเขียนด้วย เขียนที่หนึ่งก็แบบหนึ่ง เก่งดี คนเขียนหนังสือเก่งนี่เก่งนะ เหมือนคนวาดรูปได้นั่นแหละ วาดได้ด้วยตัวเอง เก่งพิลึก
แถมไม่พอเธอมีแฟนอ่านเรื่องเป็นโรคจิตหลายคน (นี่ควรเป็นข้อดีหรือเปล่าไม่ทราบ) คนหนึ่งโรคจิตมากๆ เรียกโรคจิตเบอร์หนึ่งนะคะ ชนิดว่าอยากขยี้หัว (หัวคนเขียนนะไม่ใช่หัวตัวเอง) หรือจับลากไปโขกกำแพงด้วยความหงุดหงิด บางทีก็ต้องงึมงัมอยู่คนเดียวว่า -บ้าโรคจิตเอ้ย (เติมสรรพนามได้ตามความถนัด)
วันหนึ่งดิฉันไปบล็อกแฟนคลับของเพื่อนแล้วเจอโรคจิตเบอร์หนึ่ง ไปเขียนนู่นเขียนนี่ ก็คอมเมนต์แบบที่เคยๆ เหมือนรู้อะไรดีเหลือเกิน เข้าใจจิตใจของเจ้าของบล็อกเป็นอย่างยิ่ง บางครั้งเลื้อยเข้าใต้ร่มผ้าเจ้าของบล็อกด้วยซ้ำ ที่ทำกับเพื่อนซี้ดิฉันก็แบบนี้เหมือนกัน
เจ้าของบล็อกเค้าด่าแสบมาก อ่านแล้วสะใจ ดิฉันแค่อยากให้หล่อน (คิดว่าเป็นผู้หญิงนะ คงไม่ใช่เพศที่สามหรอก แต่ไม่ใช่ผู้ชายแน่นอน ถ้าเป็นผู้ชายต้องโรคจิตเบอร์สองค่ะ วันหลังถ้าอารมณ์ดีจะมาเล่าให้ฟัง) ไปเข้าโรงพยาบาบเช็คประสาทเท่านั้นเอง ทุกคนมีโรคประสาทของตัวเอง อย่างดิฉันเป็นคนชอบวางแผนจนตัวเองยังรำคาญ เป็นต้น บางทีก็อาละวาดไปวางแผนให้ชาวบ้าน (อันนี้ไม่ดี) กำลังจะพูดว่า ก็อย่าให้โรคประสาทตัวเองไปเดือดร้อนชาวบ้านก็แล้วกัน
เพื่อนดิฉันไม่รู้เธอถือคติอะไร ทนมาก ทนอย่างกะทรพีอดทนวัดรอยเท้าทรพาทุกวัน ทีเรื่องอื่นๆน่าทนกว่าตั้งเยอะ ดันไม่ทน ชะ แล้วอยู่ๆวันหนึ่งเธอก็หายไป จากบล็อกนั้น ดิฉันเข้าใจว่าเป็นเพราะโรคจิตเบอร์หนึ่ง เจ้าของบล็อกที่ด่านี่ก็เข้าใจเหมือนดิฉัน ไปอ่านเจอในบล็อกเธอน่ะนะว่าเธอเข้าใจเช่นนี้
ต่อมาวันหนึ่ง ถามเธอตรงๆว่าทำไม เธอว่าเธอเกลียด Theme ที่ตัวเองเขียนที่นั่น อ้าว เข้าใจผิดหรือนี่เรา พอย้อนกลับไปอ่านนิดหน่อยก็เออจริง มันเก่ง เขียนไม่เหมือนกันจริงๆ แต่เราไม่สังเกต เพราะเราตั้งหน้าตั้งตาจะคุยกับเพื่อนมากกว่าจะอ่านเรื่องที่เพื่อนเขียน
โทษทีเพื่อน ก็ส่วนใหญ่ที่เธอเล่า จะเขียนในรูปแบบไหน เราก็คุยกันแล้วนี่นา เพียงแต่ว่าเวลาเราคุยกัน ไม่ค่อยมีใครตั้งใจฟังใครมากกว่าตั้งใจคุย ฮ่าฮ่า
edit @ 2007/08/26 06:23:31